2007/Jan/31

ลมเย็นๆจากแม่น้ำปิงพัดเอากลิ่นหอมของธรรมชาติเข้ามาให้ผมได้สัมผัส นกปีกสวยตัวหนึ่งคาบเศษกิ่งไม้บินลับตาไป... มันคงบินไปสร้างรังอยู่ที่ไหนซักแห่ง . .

ผมเหลือบดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาที่ข้อมือซ้ายถี่ขึ้นเรื่อยๆด้วยนัดหมายไว้กับขบวนรถด่วนสาย เชียงใหม่-กรุงเทพ ในช่วงก่อนค่ำของวันนี้ ...

เบียร์ไทยตราสิงห์อึกสุดท้ายหายลงไปในลำคอ โดยปล่อยให้แก้วที่ว่างเปล่าสะท้อนกับแสงสุดท้ายของวันที่กำลังจะลับหายไปต่อหน้าต่อตา ผมบอกลาแม่น้ำปิงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะหันไปเรียกบริกรสาวให้มานำค่าเบียร์ไปเก็บเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย

ไม่ถึงสิบนาทีผมก็มาปรากฏตัวอยู่ที่สถานีรถไฟต้นทาง และเพื่อเป็นการแน่ใจว่าปลายทางของผมจะยังคงเป็นสถานที่เดิม ตั๋วโดยสารที่พับใส่กระเป๋ากางเกงไว้ตั้งแต่เมื่อตอนสายจึงถูกนำออกมาพิจารณาอีกครั้ง

ต้นทาง เชียงใหม่ ปลายทาง กรุงเทพ
ด่วนพิเศษ ขบวนที่ 2 เวลารถออก 17:50 เวลาถึง 07:00 ชั้น 2 ตู้นอน คันที่ 11 เลขที่นั่ง 12 เมื่อกวาดสายตามองไปรอบตัวในมุม360องศาขนานกับพื้นโลก ผนวกกับตัวเลขในตั๋วโดยสารกับหน้าปัดนาฬิกา ตรงกันอย่างน่าใจหาย จึงไม่มีเหตุผลใดมาหักล้างให้ขบวนรถที่จอดอยู่เพียงลำพังทางซ้ายมือ ต้องแล่นออกไปจากที่นี่โดยไม่มีผมอยู่ข้างบนนั้น.
สัมภาระใบเขื่องถูกโยนลงบนที่นั่งอย่างสิ้นเยื่อใย ผมต้องการเดินสำรวจที่ทางแถวนี้ดูสักหน่อยว่าพอจะมีสิ่งไหนให้ผมได้ดึงข้อมูลเข้ามาเก็บไว้ในวัสดุจัดเก็บภาพทรงจำแบบ external ที่ฉวยติดมือมาด้วยอย่างจงใจ ..... เมื่อบันทึกภาพอยู่พักใหญ่จนสาแก่ใจแล้ว จึงกลับมานั่งสำรวจบรรดามุมเหล่านั้นไปมาอย่างเมามัน.
....

" กินมั้ย " ... ถั่วในถุงเล็กๆถูกยื่นมาโดยใครบางคน ผมเหลือบขึ้นมองหน้าเจ้าของถั่ว พร้อมกับยิ้มและกล่าวคำขอบคุณ... จากสำเนียงที่ไม่คุ้นหูบวกกับกริยาน่ารักเกินจริตของหญิงไทย ทำให้ผมคะเนในเบื้องต้นว่าเธอไม่ใช่คนแถวนี้ ..

เธอชื่อ โทโมโกะ....

เท่าที่ผมลำดับจับใจและจำความได้..
โทโมโกะ เข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยเพียงลำพังได้สองเดือนกว่าแล้ว เธอเพิ่งมาจากแม่สายเชียงราย และขณะนี้เธอกำลังจะเดินทางไปกรุงเทพ เพื่อจับรถต่อไปยังสังขละบุรี เป้สีน้ำเงินใบโตบรรยายเรื่องราวการเดินทางของเจ้าของได้เป็นอย่างดี มันเป็นเป้ใบใหญ่ อย่างน้อยมันก็ใหญ่กว่าเป้ใบอื่นๆบนตู้นี้ทั้งหมด

"ฉันชอบเมื่องไทย" . เธอยิ้มพลางทอดสายตาออกไปข้างนอกหน้าต่าง
"เมืองไทยสวยมากมาก คนไทยใจดี" เธอยิ้มด้วยแววตาอย่างจริงใจ จนทำให้ผมต้องยิ้มตอบกลับไปเหมือนเป็นการขอบคุณในฐานะเจ้าบ้านที่กำลังถูกผู้มาเยือนชื่นชม จากการพูดคุยทำให้ผมพอจะทราบได้ว่าผู้หญิงญี่ปุ่นตัวเล็กๆคนนี้เธอหลงเสน่ห์เมืองไทยเข้าอย่างจัง

ที่บ้านเกิดของเธอ โทโมโกะเรียนภาษาไทย ศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมไทย ฝึกทำอาหารไทย เมื่อเธอพูดมาถึงตรงนี้ ผมจึงอดไม่ได้ที่จะคุยเรื่องเกี่ยวกับ "พ่อ" ของพวกเราให้เธอฟัง เธอตั้งใจฟังจนจบอย่างเรียบเฉยก่อนที่จะพูดออกมาหนึ่งประโยคที่ทำให้ผมต้องจดจำ..

"คุณรู้มั้ยทำไมฉันถึงมาเมืองไทย . ."
ผมนิ่งเพื่อรอฟังเธอพูดต่อ

"ความฝันของฉันเกี่ยวกับเมืองไทยเริ่มต้นขึ้นจากเรื่องราวของ......."คิงภูมิพล"
"ฉันอยากเห็นท่าน และอยากบอกพระองค์ว่าฉันนับถือท่าน"

ในขณะที่ผมกำลังนิ่งด้วยอิ่มเอมและปลาบปลื้มอยู่ข้างใน
เธอพยายามพูดบางคำเป็นภาษาไทย . . .

" พอ เพียง "

ใช่ พอเพียง ... ผมยิ้มหน้าบานอีกครั้ง โทโมโกะก็ไม่ต่างกัน

เราคุยกันอีกพักใหญ่จนกระทั่งพนักงานของการรถไฟเข้ามาขออนุญาติปฎิบัติหน้าที่ ..เก้าอี้ที่เรานั่งคุยกันอยู่เมื่อครู่บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นเตียงนอนขนาดย่อมให้พอได้นอนหลับอย่างสบายทั้งกายและใจ...

" กู๊ดไนท์ค่ะ " โทโมโกะกล่าวคำลา ผมก็เช่นเดียวกัน

วิวภายนอกช่างมืดมิด จะปรากฎก็เพียงแสงของดวงดาวร้อยพันกับดวงไฟเล็กๆที่วิ่งผ่านมาตามรายทาง ล้อเหล็กไม่ถ้วนนับกลิ้งอยู่บนรางเกิดเป็นเสียงของยานพาหนะที่คลาสสิคที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ผมเอนกายลงนอนบนหมอนสีขาว..ผ้านวมผืนนุ่มพร้อมจะทำหน้าที่ของมัน ... ฝ้าจางๆขึ้นอยู่ทั่วบริเวณขอบกระจกข้างเตียง บางส่วนรวมตัวเป็นหยดน้ำและพากันปลิวไปตามแรงลม.. มีบางอย่างพยายามสื่อสารกับผม บางทีธรรมชาติอาจกำลังมองหาผ้าห่มนุ่มๆสักผืน...

ผมหยิบถุงถั่วที่โทโมโกะยื่นให้เมื่อค่ำขึ้นมามองดู พลิกไปมา และเลื่อนไปส่องกับดวงดาวข้างนอก ถุงใสๆใบเล็กสะท้อนกับแสงดาวเหมือนเพชรน้ำงามที่ล้อแสงวูบวาบไปมา....

น้ำใจที่งดงามของคนเรา จะสะท้อนแสงได้มั้ยนะ . .
คืนนี้ผมจะนอนหลับฝันดี...


................................ . . . . .

เช้าวันใหม่ของผมแปลกไปกว่าทุกวัน ...
เสียงใครบางคนเรียกผมอยู่ข้างนอกนั่น..

วันนี้ผมมีหญิงสาวต่างชาติงามน้ำใจเป็นนาฬิกาปลุก ... "กู๊ดมอร์นิ่ง" โทโมโกะกล่าวคำทักทายยามเช้าพร้อมกับผายมือไปทางหน้าต่างฝั่งตรงข้าม ...เธอปลุกผมขึ้นมาเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน ผมยิ้มให้กับวิวข้างนอกซึ่งกำลังทำหน้าที่เช้าวันใหม่อย่างเต็มใจ.

ขบวนรถไฟสายเชียงใหม่ กรุงเทพ กำลังวิ่งไปสู่จุดหมายปลายทาง มันวิ่งผ่านทุ่งหญ้าสีเขียวสด เสาไฟข้างทางเริ่มผ่านตาเยอะขึ้นทุกขณะ ภาพของนกบางคู่หยอกล้อบินเล่นกันอยู่ไม่ห่าง บางตัวเกาะอยู่ที่กิ่งไม้อย่างโดดเดี่ยวเหมือนเฝ้ารอบางสิ่ง บางตัวออกบินเพื่อตามหาความฝัน ...โทโมโกะคงเป็นหนึ่งในนกเหล่านั้น ที่บินตามหาฝันของตนจนเจอ ..... บางที ปีกของเธออาจสวยงามเกินกว่าจะหุบมันไว้เพื่อเกาะอยู่ตามกิ่งไม้หรือแค่เฝ้ารอ... . ..

ณ จุดสิ้นสุดของทางเส้นขนานที่เป็นทั้งปลายทางและต้นทางในเวลาเดียวกัน ... นกสองตัวต่างบินแยกย้ายไปในวิถีของตนเอง จะเหลือไว้ก็แต่เพียงมิตรภาพบนทางเส้นขนาน ที่เราสองคนเพิ่งบินผ่านมันมาด้วยกัน......

โทโมโกะ คงจะเป็นหนึ่งในนกไม่กี่ตัว ที่บินผ่านเข้ามาเพื่อให้ผมได้จดจำ...